MPEG - 1 เป็นมาตรฐานสำหรับการบีบอัดภาพและเสียงแบบสูญเสียความละเอียดเล็กน้อย โดยมาตรฐานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อบีบอัดข้อมูลที่เป็นวิดีโอดิจิตอล และข้อมูลที่เป็นเสียงลงให้เหลือ 1.5 Mbit / s (บีบอัดในอัตราส่วน 26:1 และ 6:1 ตามลำดับ) โดยไม่ทำให้สูญเสียคุณภาพหลังการบีบอัดมากเกินไป ซึ่งสื่อที่ใช้มาตรฐานนี้ ได้แก่ Video-CD ,ทีวีผ่านดาวเทียม เป็นต้น
ทุกวันนี้มาตรฐาน MPEG-1 เป็นมาตรฐานการบีบอัดภาพและเสียงที่ได้รับความนิยมมาก และเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง โดยมาตรฐานนี้ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีต่างๆ เป็นจำนวนมาก อย่างเช่นมาตรฐานของการบับอัดไฟล์เสียงมาตรฐานหนึ่งที่ทุกคนรู้จักกันดี นั่นคือ MP3 ก็เป็นส่วนหนึ่งในหลายๆ ส่วนของมาตรฐาน MPEG-1
มาตรฐาน MPEG-1 ถูกเผยแพร่ออกภายใต้ชื่อ ISO / IEC 11172 – การเข้ารหัสภาพเคลื่อนไหวและเสียงสำหรับสื่อเก็บข้อมูลดิจิตอลที่มีบิตเรทอยู่ที่ 1.5 Mbit/s ซึ่งมาตรฐานนี้ถูกแบบออกเป็น 5 ส่วน (Parts) ดังนี้
1. Systems (เก็บข้อมูลและทำการ Sync ข้อมูลระหว่างภาพ เสียง และข้อมูลอื่นๆ )
2. Video (บีบอัดข้อมูลวิดีโอ)
3. Audio (บีบอัดข้อมูลเสียง)
4. Conformance testing (ทดสอบความถูกต้องในการดำเนินการ)
5. Reference software (ซอฟท์แวร์ตัวอย่างที่แสดงวิธีการเข้ารหัสและถอดรหัส)
MPEG – 1 Part 1
Part แรกของมาตรฐาน MPEG-1 คือมาตรฐานที่ครอบคลุมในเรื่องของระบบต่างๆ ภายใต้ชื่อ ISO/IEC-11172-1 โดยจะเป็นตัวกำหนดเค้าโครงของข้อมูลและวิธีการเก็บบันทึกข้อมูลวิดีโอ ข้อมูลเสียง และข้อมูลอื่นๆ ที่ถูกเข้ารหัสแล้ว ให้อยู่ในรูปของบิตสตรีมที่เป็นมาตรฐาน สามารถเชื่อมโยงกันได้ระหว่างเนื้อหาข้อมูลที่ต่างกัน โดยรูปแบบของข้อมูลนั้นถูกออกแบบมาสำหรับการเก็บข้อมูลลงในสื่อต่างๆ และการส่งข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ มาตรฐานนี้ไม่มีการตรวจสอบและป้องกันข้อผิดพลาดมากนัก โดยหากมี error เพียงน้อยนิดก็สามารถเห็นข้อบกพร่องของข้อมูลได้อย่างชัดเจน
MPEG – 1 Part 2
Part ที่สองของมาตรฐาน MPEG – 1 นั้นถูกกำหนดภายใต้ชื่อ ISO/IEC-11172-2 เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบีบอัดข้อมูลวิดีโอ แนวคิดในการออกแบบมาตรฐานนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากมาตรฐาน H.261 โดยในการบีบอัดข้อมูลวิดีโอนั้น จะเน้นไปที่การลดอัตราการส่งข้อมูล (Data Rate) ที่ใช้ในการเล่นวิดีโอ เนื่องจากขีดจำกัดในการรับรู้ของสายตามนุษย์มีจำกัด ดังนั้น กระบวนการนี้จึงทำการลด ละทิ้ง หรือนำข้อมูลบางส่วน ความถี่บางความถี่ และรายละเอียดส่วนที่ซ้ำซ้อนกันเกินกว่าสายตามนุษย์จะรับได้ทิ้งไป
MPEG – 1 Part 3
ส่วนที่ 3 ในมาตรฐาน MPEG – 1 นั้น ถูกกำหนดให้ใช้ชื่อ ISO/IEC-11172-3 โดยในส่วนนี้จะรับผิดชอบในเรื่องของการบีบอัด เข้ารหัสข้อมูลที่เป็นข้อมูลเสียง (Audio) โดยจะทำการลดอัตราข้อมูลใน Audio Stream ด้วยวิธีการละทิ้งความถี่บางช่วง รายละเอียดบางส่วนที่หูมนุษย์ไม่สามารถรับฟังได้
MPEG – 1 Audio ถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้น (Layer) โดยยิ่งลำดับชั้นสูงขึ้นไป ก็จะยิ่งมีกระบวนการประมวลผล เข้ารหัส ที่ซับซ้อนกว่า และมี bit rate ที่ต่ำกว่าชั้นก่อนหน้านี้ โดยในลำดับชั้นที่สูงกว่าจะสามารถรองรับเทคโนโลยีจากชั้นที่ต่ำกว่าได้ เช่น Decoder ของลำดับชั้นที่ 2 (Layer 2) สามารถเล่นไฟล์เสียงจากลำดับชั้นที่ 1 (Layer 1) ได้ แต่ไม่สามารถเล่นไฟล์เสียงจากลำดับชั้นที่ 3 (Layer 3) ได้ ในขณะที่ลำดับชั้นที่ 3 (Layer 3) สามารถเล่นได้ทั้งหมด
การบีบอัดข้อมูลเสียงแบบ MP3 ที่ทุกคนรู้จักกันดีนั้น แท้จริงแล้วก็คือ การบีบอัดใน Layer 3 ของมาตรฐาน MPEG – 3 Part 3 นั่นเอง มิใช่ MPEG – 3 แบบที่หลายคนเข้าใจแต่อย่างใด
MPEG – 1 Part 4
ในส่วนที่ 4 นั้นจะเป็นการตรวจสอบความถูกต้องสอดคล้องของข้อมูล โดยมาตรฐานส่วนนี้ถูกกำหนดให้ใช้ชื่อ ISO/IEC-11172-4
วิธีการทดสอบความสอดคล้องกันนั้น จะมีการกำหนด guidelines และ reference bitstreams เพื่อใช้ในการทดสอบความสอดคล้องของข้อมูล ตลอดจน bitstreams ที่ถูกสร้างโดย encoder
MPEG – 1 Part 5
ส่วนที่ 5 นั้น เป็นมาตรฐานของซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการอ้างอิง ถูกกำหนดภายใต้ชื่อ ISO/IEC TR 11172-5 ซึ่งซอฟต์แวร์เหล่านี้ก็ได้แก่ โค้ดอ้างอิงภาษา C ที่ใช้ในการเข้ารหัส (encoding) การถอดรหัส (decoding) ของข้อมูลวิดีโอ และ ข้อมูลเสียง ตลอดจนการมัลติเพลก และการดีมัลติเพลก
คำค้น : mpeg video coding encryption mp3
บทความอื่นๆ
Android 2.3 มาแล้ว!
ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
Nexus S วางตลาด 16 ธันวาคม ศกนี้
ไบออส (BIOS) คืออะไร
Samsung Galaxy Tab เปิดตัวแล้ว!
Motorola ผุดคลิปโปรโมท Milestone 2
YouTube เล็งให้บริการเช่าหนังปลายปีนี้
html5 มาตรฐานใหม่ของการแสดงผลบนเว็บไซต์
ลูกเล่นใหม่สุดเจ๋งใน Firefox 4 beta 4
รู้จักกับมาตรฐานการบีบอัดวิดีโอแบบ MPEG 4
ทุกวันนี้มาตรฐาน MPEG-1 เป็นมาตรฐานการบีบอัดภาพและเสียงที่ได้รับความนิยมมาก และเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง โดยมาตรฐานนี้ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีต่างๆ เป็นจำนวนมาก อย่างเช่นมาตรฐานของการบับอัดไฟล์เสียงมาตรฐานหนึ่งที่ทุกคนรู้จักกันดี นั่นคือ MP3 ก็เป็นส่วนหนึ่งในหลายๆ ส่วนของมาตรฐาน MPEG-1
มาตรฐาน MPEG-1 ถูกเผยแพร่ออกภายใต้ชื่อ ISO / IEC 11172 – การเข้ารหัสภาพเคลื่อนไหวและเสียงสำหรับสื่อเก็บข้อมูลดิจิตอลที่มีบิตเรทอยู่ที่ 1.5 Mbit/s ซึ่งมาตรฐานนี้ถูกแบบออกเป็น 5 ส่วน (Parts) ดังนี้
1. Systems (เก็บข้อมูลและทำการ Sync ข้อมูลระหว่างภาพ เสียง และข้อมูลอื่นๆ )
2. Video (บีบอัดข้อมูลวิดีโอ)
3. Audio (บีบอัดข้อมูลเสียง)
4. Conformance testing (ทดสอบความถูกต้องในการดำเนินการ)
5. Reference software (ซอฟท์แวร์ตัวอย่างที่แสดงวิธีการเข้ารหัสและถอดรหัส)
MPEG – 1 Part 1
Part แรกของมาตรฐาน MPEG-1 คือมาตรฐานที่ครอบคลุมในเรื่องของระบบต่างๆ ภายใต้ชื่อ ISO/IEC-11172-1 โดยจะเป็นตัวกำหนดเค้าโครงของข้อมูลและวิธีการเก็บบันทึกข้อมูลวิดีโอ ข้อมูลเสียง และข้อมูลอื่นๆ ที่ถูกเข้ารหัสแล้ว ให้อยู่ในรูปของบิตสตรีมที่เป็นมาตรฐาน สามารถเชื่อมโยงกันได้ระหว่างเนื้อหาข้อมูลที่ต่างกัน โดยรูปแบบของข้อมูลนั้นถูกออกแบบมาสำหรับการเก็บข้อมูลลงในสื่อต่างๆ และการส่งข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ มาตรฐานนี้ไม่มีการตรวจสอบและป้องกันข้อผิดพลาดมากนัก โดยหากมี error เพียงน้อยนิดก็สามารถเห็นข้อบกพร่องของข้อมูลได้อย่างชัดเจน
MPEG – 1 Part 2
Part ที่สองของมาตรฐาน MPEG – 1 นั้นถูกกำหนดภายใต้ชื่อ ISO/IEC-11172-2 เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบีบอัดข้อมูลวิดีโอ แนวคิดในการออกแบบมาตรฐานนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากมาตรฐาน H.261 โดยในการบีบอัดข้อมูลวิดีโอนั้น จะเน้นไปที่การลดอัตราการส่งข้อมูล (Data Rate) ที่ใช้ในการเล่นวิดีโอ เนื่องจากขีดจำกัดในการรับรู้ของสายตามนุษย์มีจำกัด ดังนั้น กระบวนการนี้จึงทำการลด ละทิ้ง หรือนำข้อมูลบางส่วน ความถี่บางความถี่ และรายละเอียดส่วนที่ซ้ำซ้อนกันเกินกว่าสายตามนุษย์จะรับได้ทิ้งไป
MPEG – 1 Part 3
ส่วนที่ 3 ในมาตรฐาน MPEG – 1 นั้น ถูกกำหนดให้ใช้ชื่อ ISO/IEC-11172-3 โดยในส่วนนี้จะรับผิดชอบในเรื่องของการบีบอัด เข้ารหัสข้อมูลที่เป็นข้อมูลเสียง (Audio) โดยจะทำการลดอัตราข้อมูลใน Audio Stream ด้วยวิธีการละทิ้งความถี่บางช่วง รายละเอียดบางส่วนที่หูมนุษย์ไม่สามารถรับฟังได้
MPEG – 1 Audio ถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้น (Layer) โดยยิ่งลำดับชั้นสูงขึ้นไป ก็จะยิ่งมีกระบวนการประมวลผล เข้ารหัส ที่ซับซ้อนกว่า และมี bit rate ที่ต่ำกว่าชั้นก่อนหน้านี้ โดยในลำดับชั้นที่สูงกว่าจะสามารถรองรับเทคโนโลยีจากชั้นที่ต่ำกว่าได้ เช่น Decoder ของลำดับชั้นที่ 2 (Layer 2) สามารถเล่นไฟล์เสียงจากลำดับชั้นที่ 1 (Layer 1) ได้ แต่ไม่สามารถเล่นไฟล์เสียงจากลำดับชั้นที่ 3 (Layer 3) ได้ ในขณะที่ลำดับชั้นที่ 3 (Layer 3) สามารถเล่นได้ทั้งหมด
การบีบอัดข้อมูลเสียงแบบ MP3 ที่ทุกคนรู้จักกันดีนั้น แท้จริงแล้วก็คือ การบีบอัดใน Layer 3 ของมาตรฐาน MPEG – 3 Part 3 นั่นเอง มิใช่ MPEG – 3 แบบที่หลายคนเข้าใจแต่อย่างใด
MPEG – 1 Part 4
ในส่วนที่ 4 นั้นจะเป็นการตรวจสอบความถูกต้องสอดคล้องของข้อมูล โดยมาตรฐานส่วนนี้ถูกกำหนดให้ใช้ชื่อ ISO/IEC-11172-4
วิธีการทดสอบความสอดคล้องกันนั้น จะมีการกำหนด guidelines และ reference bitstreams เพื่อใช้ในการทดสอบความสอดคล้องของข้อมูล ตลอดจน bitstreams ที่ถูกสร้างโดย encoder
MPEG – 1 Part 5
ส่วนที่ 5 นั้น เป็นมาตรฐานของซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการอ้างอิง ถูกกำหนดภายใต้ชื่อ ISO/IEC TR 11172-5 ซึ่งซอฟต์แวร์เหล่านี้ก็ได้แก่ โค้ดอ้างอิงภาษา C ที่ใช้ในการเข้ารหัส (encoding) การถอดรหัส (decoding) ของข้อมูลวิดีโอ และ ข้อมูลเสียง ตลอดจนการมัลติเพลก และการดีมัลติเพลก
คำค้น : mpeg video coding encryption mp3
บทความอื่นๆ
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
















