ข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ค หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ เป็นคำถามยอดฮิตที่ถูกถามขึ้นมาตลอดเวลา ว่าจะชาร์จอย่างไร ไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว ต้องชาร์จนานแค่ไหน ใส่แบตเตอรี่ทิ้งไว้ได้หรือปล่าว และข้อเท็จจริงอีกมากมาย ที่ผู้ใช้หลายคนยังเข้าใจไม่ตรงกัน วันนี้ ITeXcite.com มีคำตอบมาฝากกันครับ
ก่อนอื่น ต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า แบตเตอรี่ที่ใช้กันในปัจจุบันนั้นแตกต่างไปจากแบตเตอรี่ในสมัยก่อนๆ ทั้งคุณสมบัติและการดูแลรักษา โดยในปัจจุบัน แบตเตอรี่ที่ได้รับความนิยมได้แก่ แบตเตอรี่ประเภท Lithium ซึ่งมีอยู่สองประเภทคือ
1. Li-ion (lithium-ion) : จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานของแบตเตอรี่ที่นิยมใช้งานกันในปัจจุบัน เป็นแบตเตอรี่ที่พบเห็นมากที่สุด
2. Li-Poly (lithium-ion polymer) : เป็นแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาต่อจาก Li-ion ให้มีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 20% และมีข้อจำกัดด้านรูปร่างน้อยลง สามารถออกแบบให้มีความบางมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังมีราคาสูง
หลายท่านที่อาจเคยได้ยินเทคนิควิธีการในการชาร์จแบตเตอรี่มาต่างๆ นาๆ ขอให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า วิธีการเหล่านี้ มีไว้ใช้กับแบตเตอรี่ในรุ่นเก่าๆ ที่ไม่ใช่ Lithium เท่านั้น แต่ดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า แบตเตอรี่ที่ใช้กันในปัจจุบันนั้น เป็นแบบ Lithium แทบทั้งสิ้น ซึ่งแบตเตอรี่ประเภทนี้ ไม่ว่าจะชาร์จอย่างไร ชาร์จถี่ ชาร์จบ่อย หรือนานๆ ชาร์จที ก็ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่น้อยมาก ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับวิธีการชาร์จครับ แต่ควรใส่ใจกับสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้แทน
ปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่ Lithium เกิดการเสื่อมสภาพ
1. เมื่อใช้งานจนถึงจำนวน Cycle ที่แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมเองตามปกติ
---Cycle คือ ตัวเลขที่บ่งบอกถึงจำนวนรอบการชาร์จ โดย 1 Cycle จะวัดจากปริมาณการชาร์จไฟรวมๆ เท่ากับการชาร์จจาก 0% ไปจนถึงเต็ม 100% เช่น หากชาร์จแบตเตอรี่จาก 50% ไปจนถึง 100% จะหมายถึง ทำการชาร์จไป 0.5 Cycle เป็นต้น ไม่ได้หมายถึงการชาร์จ 1 ครั้ง นับเป็น 1 Cycle ซะทีเดียว
2. แบตเตอรี่จะค่อยๆ เสื่อมลงด้วยตัวเองอยู่แล้ว นับตั้งแต่ทำการผลิต
3. Charge / Discharge Rate
---Charge Rate คือ อัตราปริมาณการชาร์จไฟในหนึ่งช่วงเวลา ส่วน Discharge Rate คือ อัตราปริมาณการใช้ไฟฟ้าในหนึ่งช่วงเวลา ลองพิจารณาตารางต่อไปนี้
จากตาราง หากจะอธิบายเป็นภาษาง่ายๆ ก็คือ การชาร์จไฟด้วยกระแสสูงๆ จนเต็มในเวลาอันสั้น หรือ การใช้ไฟให้หมดในเวลาอันรวดเร็ว ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวน Cycle ลดลง ทำให้อายุการใช้งานลดลงได้
4. อุณหภูมิของแบตเตอรี่
---อุณหภูมิ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญซึ่งหลายคนมองข้าม โดยหากสภาพแวดล้อมของแบตเตอรี่มีอุณหภูมิสูง จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติ
แล้วจะชาร์จอย่างไรดี?
จากปัจจัยที่กล่าวมาทั้ง 4 ข้อ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่แบบ Lithium เกิดการเสื่อมสภาพ บางข้อก็ป้องกันได้ แต่บางข้อก็ป้องกันไม่ได้ เพราะเป็นไปตามอายุการใช้งาน จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น พอจะสรุปเป็นแนวทางคร่าวๆ สำหรับการใช้แบตเตอรี่ Lithium ได้ดังนี้
1. ระลึกไว้ว่า แบตเตอรี่แบบ Lithium นั้น ความร้อนมีผลกับอายุการใช้งานมากกว่ารูปแบบหรือเทคนิคการชาร์จไฟ ดังนั้น จึงควรดูแลแบตเตอรี่ อย่าให้เกิดความร้อนมากเกินไป
2. หลีกเลี่ยงการใช้แบตเตอรี่จนหมดแล้วค่อยชาร์จ เพราะจะทำให้เกิด Discharge Rate ในอัตราที่สูง หรือการใช้ไฟหมดในเวลาอันสั้น ซึ่งส่งผลให้อายุการใช้งานลดลง
3. ถ้าจำเป็นต้องเก็บแบตเตอรี่ไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ใช้งาน ควรชาร์จไฟไว้ที่ 40% แล้วเก็บไว้ในที่เย็น จะช่วยให้อายุการใช้งานนานขึ้น
4. ไม่ควรซื้อแบตเตอรี่แบบ Lithium มาเก็บไว้เผื่อใช้งาน เพราะแบตเตอรี่ประเภทนี้จะมีการเสื่อมสภาพตลอดเวลาอยู่แล้ว นับตั้งแต่ทำการผลิต ดังนั้น หากซื้อมาเก็บไว้ แม้ไม่ได้ใช้ มันก็จะเสื่อมลงเองอยู่ดี
คำค้น : battery แบตเตอรี่ เสื่อม battery notebook
บทความอื่นๆ
ติดตั้งแรมแล้วเครื่องแฮงค์ตอนบู๊ตเครื่อง
Garmin เรียกคืน GPS 1.25 ล้านเครื่อง!
รู้หรือไม่ USB Gadget ต่อมากไปเปลืองแบตเตอรี่
แบตเตอรี่โน้ตบุ๊คมีอายุการใช้งานนานเท่าใด
ก่อนอื่น ต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า แบตเตอรี่ที่ใช้กันในปัจจุบันนั้นแตกต่างไปจากแบตเตอรี่ในสมัยก่อนๆ ทั้งคุณสมบัติและการดูแลรักษา โดยในปัจจุบัน แบตเตอรี่ที่ได้รับความนิยมได้แก่ แบตเตอรี่ประเภท Lithium ซึ่งมีอยู่สองประเภทคือ
1. Li-ion (lithium-ion) : จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานของแบตเตอรี่ที่นิยมใช้งานกันในปัจจุบัน เป็นแบตเตอรี่ที่พบเห็นมากที่สุด
2. Li-Poly (lithium-ion polymer) : เป็นแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาต่อจาก Li-ion ให้มีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 20% และมีข้อจำกัดด้านรูปร่างน้อยลง สามารถออกแบบให้มีความบางมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังมีราคาสูง
หลายท่านที่อาจเคยได้ยินเทคนิควิธีการในการชาร์จแบตเตอรี่มาต่างๆ นาๆ ขอให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า วิธีการเหล่านี้ มีไว้ใช้กับแบตเตอรี่ในรุ่นเก่าๆ ที่ไม่ใช่ Lithium เท่านั้น แต่ดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า แบตเตอรี่ที่ใช้กันในปัจจุบันนั้น เป็นแบบ Lithium แทบทั้งสิ้น ซึ่งแบตเตอรี่ประเภทนี้ ไม่ว่าจะชาร์จอย่างไร ชาร์จถี่ ชาร์จบ่อย หรือนานๆ ชาร์จที ก็ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่น้อยมาก ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับวิธีการชาร์จครับ แต่ควรใส่ใจกับสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้แทน
ปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่ Lithium เกิดการเสื่อมสภาพ
1. เมื่อใช้งานจนถึงจำนวน Cycle ที่แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมเองตามปกติ
---Cycle คือ ตัวเลขที่บ่งบอกถึงจำนวนรอบการชาร์จ โดย 1 Cycle จะวัดจากปริมาณการชาร์จไฟรวมๆ เท่ากับการชาร์จจาก 0% ไปจนถึงเต็ม 100% เช่น หากชาร์จแบตเตอรี่จาก 50% ไปจนถึง 100% จะหมายถึง ทำการชาร์จไป 0.5 Cycle เป็นต้น ไม่ได้หมายถึงการชาร์จ 1 ครั้ง นับเป็น 1 Cycle ซะทีเดียว
2. แบตเตอรี่จะค่อยๆ เสื่อมลงด้วยตัวเองอยู่แล้ว นับตั้งแต่ทำการผลิต
3. Charge / Discharge Rate
---Charge Rate คือ อัตราปริมาณการชาร์จไฟในหนึ่งช่วงเวลา ส่วน Discharge Rate คือ อัตราปริมาณการใช้ไฟฟ้าในหนึ่งช่วงเวลา ลองพิจารณาตารางต่อไปนี้

จากตาราง หากจะอธิบายเป็นภาษาง่ายๆ ก็คือ การชาร์จไฟด้วยกระแสสูงๆ จนเต็มในเวลาอันสั้น หรือ การใช้ไฟให้หมดในเวลาอันรวดเร็ว ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวน Cycle ลดลง ทำให้อายุการใช้งานลดลงได้
4. อุณหภูมิของแบตเตอรี่
---อุณหภูมิ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญซึ่งหลายคนมองข้าม โดยหากสภาพแวดล้อมของแบตเตอรี่มีอุณหภูมิสูง จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติ
แล้วจะชาร์จอย่างไรดี?
จากปัจจัยที่กล่าวมาทั้ง 4 ข้อ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่แบบ Lithium เกิดการเสื่อมสภาพ บางข้อก็ป้องกันได้ แต่บางข้อก็ป้องกันไม่ได้ เพราะเป็นไปตามอายุการใช้งาน จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น พอจะสรุปเป็นแนวทางคร่าวๆ สำหรับการใช้แบตเตอรี่ Lithium ได้ดังนี้
1. ระลึกไว้ว่า แบตเตอรี่แบบ Lithium นั้น ความร้อนมีผลกับอายุการใช้งานมากกว่ารูปแบบหรือเทคนิคการชาร์จไฟ ดังนั้น จึงควรดูแลแบตเตอรี่ อย่าให้เกิดความร้อนมากเกินไป
2. หลีกเลี่ยงการใช้แบตเตอรี่จนหมดแล้วค่อยชาร์จ เพราะจะทำให้เกิด Discharge Rate ในอัตราที่สูง หรือการใช้ไฟหมดในเวลาอันสั้น ซึ่งส่งผลให้อายุการใช้งานลดลง
3. ถ้าจำเป็นต้องเก็บแบตเตอรี่ไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ใช้งาน ควรชาร์จไฟไว้ที่ 40% แล้วเก็บไว้ในที่เย็น จะช่วยให้อายุการใช้งานนานขึ้น
4. ไม่ควรซื้อแบตเตอรี่แบบ Lithium มาเก็บไว้เผื่อใช้งาน เพราะแบตเตอรี่ประเภทนี้จะมีการเสื่อมสภาพตลอดเวลาอยู่แล้ว นับตั้งแต่ทำการผลิต ดังนั้น หากซื้อมาเก็บไว้ แม้ไม่ได้ใช้ มันก็จะเสื่อมลงเองอยู่ดี
คำค้น : battery แบตเตอรี่ เสื่อม battery notebook
บทความอื่นๆ
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
















